31.08.2560 Sideway? มีโอกาสปรับขึ้นตามตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่ ภายใต้ปัจจัยหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
ทิศทางตลาด
Sideway? มีโอกาสปรับขึ้นตามตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่ ภายใต้ปัจจัยหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะ GDP-2Q/60 ขยายตัว 3.0% ดีกว่าคาด ขณะที่อยู่ระหว่างรอการแถลงนโยบายภาษีของ
ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ก่อนหน้านี้มีแผนปรับลดภาษีนิติบุคคลจาก 35% เป็น 15% เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามคาดยังคงถูกกดดันจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ทางด้านปัจจัยในประเทศ คาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากมุมมองที่ดีขึ้นของนักลงทุนทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจและการเมืองของไทยทำให้คาดยังมีแรงซื้อกลับเข้ามาโดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของต่างชาติ
รวมถึง (+) Fund Flow จากแรงซื้อสุทธิของต่างชาติต่อเนื่อง อีกกว่า 670 ล้านบาท และทำให้ YTD เป็นยอดซื้อสุทธิสะสม ขณะที่เงินบาท ยังคงแข็งค่าต่อเนื่องในรอบเกือบ 2 ปี ส่วนราคาน้ำมันที่ทรงตัวอยู่ในระดับ 45 - 50 USD/bbl คาดส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่แนะระวังแรงขายทำกำไร PTT และ PTTGC ซึ่งจะขึ้น XD ในวันนี้ (31/8/60) จำนวน 8.00 บาท และ 1.75 บาท ตามลำดับ
และยังแนะจับตา
(1) กลุ่มอาหาร ได้รับประโยชน์จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น เช่น BR เป็นต้น
(2) กลุ่มธนาคาร ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย เช่น BBL, KBANK
(3) กลุ่มปิโตรเคมี ได้รับประโยชน์จากผลการดำเนินงานที่ยังคงแข็งแกร่ง เช่น IVL และ PTTGC เป็นต้น
(4) กลุ่มพลังงาน เช่น TOP และ SPRC แนวโน้มผลการดำเนินงานดี ค่าการกลั่นปรับตัวสูงขึ้น และ PTT ที่ผลการดำเนินงานยังมีความแข็งแกร่งต่อเนื่อง
(5) กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ โดยบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากค่าโฆษณาที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วง 2Q/60 และเรตติ้งที่อยู่ในอันดับต้นๆ เช่น MONO และ WORK
(6) กลุ่มท่องเที่ยว ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว เช่น CENTEL, MINT
(7) กลุ่มขนส่ง ยังได้รับผลดีจากการท่องเที่ยว เช่น AOT ส่วนที่ได้รับผลดีจากดัชนีค่าระวางเรือที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง เช่น PSL
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี -0.01 อยู่ที่ 2.14% (ระดับสูงสุด 3.77% เมื่อ กพ.’54) ดัชนีความเสี่ยง (VIX) -0.48 อยู่ที่ 11.22
หุ้นแนะนำประจำวัน กลยุทธ์พื้นฐาน TOP บทวิเคราะห์ฉบับเต็ม http://bit.ly/2wpJpM1 ติดตามข่าวสาร การลงทุน สะดวก รวดเร็ว ได้ที่ Line id: @airasecurities
ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ก่อนหน้านี้มีแผนปรับลดภาษีนิติบุคคลจาก 35% เป็น 15% เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามคาดยังคงถูกกดดันจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ทางด้านปัจจัยในประเทศ คาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากมุมมองที่ดีขึ้นของนักลงทุนทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจและการเมืองของไทยทำให้คาดยังมีแรงซื้อกลับเข้ามาโดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของต่างชาติ
รวมถึง (+) Fund Flow จากแรงซื้อสุทธิของต่างชาติต่อเนื่อง อีกกว่า 670 ล้านบาท และทำให้ YTD เป็นยอดซื้อสุทธิสะสม ขณะที่เงินบาท ยังคงแข็งค่าต่อเนื่องในรอบเกือบ 2 ปี ส่วนราคาน้ำมันที่ทรงตัวอยู่ในระดับ 45 - 50 USD/bbl คาดส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่แนะระวังแรงขายทำกำไร PTT และ PTTGC ซึ่งจะขึ้น XD ในวันนี้ (31/8/60) จำนวน 8.00 บาท และ 1.75 บาท ตามลำดับ
และยังแนะจับตา
(1) กลุ่มอาหาร ได้รับประโยชน์จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น เช่น BR เป็นต้น
(2) กลุ่มธนาคาร ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย เช่น BBL, KBANK
(3) กลุ่มปิโตรเคมี ได้รับประโยชน์จากผลการดำเนินงานที่ยังคงแข็งแกร่ง เช่น IVL และ PTTGC เป็นต้น
(4) กลุ่มพลังงาน เช่น TOP และ SPRC แนวโน้มผลการดำเนินงานดี ค่าการกลั่นปรับตัวสูงขึ้น และ PTT ที่ผลการดำเนินงานยังมีความแข็งแกร่งต่อเนื่อง
(5) กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ โดยบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากค่าโฆษณาที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วง 2Q/60 และเรตติ้งที่อยู่ในอันดับต้นๆ เช่น MONO และ WORK
(6) กลุ่มท่องเที่ยว ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว เช่น CENTEL, MINT
(7) กลุ่มขนส่ง ยังได้รับผลดีจากการท่องเที่ยว เช่น AOT ส่วนที่ได้รับผลดีจากดัชนีค่าระวางเรือที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง เช่น PSL
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี -0.01 อยู่ที่ 2.14% (ระดับสูงสุด 3.77% เมื่อ กพ.’54) ดัชนีความเสี่ยง (VIX) -0.48 อยู่ที่ 11.22
หุ้นแนะนำประจำวัน กลยุทธ์พื้นฐาน TOP บทวิเคราะห์ฉบับเต็ม http://bit.ly/2wpJpM1 ติดตามข่าวสาร การลงทุน สะดวก รวดเร็ว ได้ที่ Line id: @airasecurities
ไม่มีความคิดเห็น: